ประวัติความเป็นมา วัตถุประสงค์ และบทบาทหน้าที่
สถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ว.พช.)

 
          

1.ประวัติ

                    การได้มาของสถานีวิทยุพระพุทธศาสนาแห่งชาติคลื่นความถี่ FM 104.25 MHz นี้เป็นการได้มาตามมติของสภาชาวพุทธ  รัฐสภาอาคาร 2 เมื่อปี พุทธศักราช 2544 และก่อนหน้านั้น ก็มีมติเหมือนกันที่กรมการศาสนาแต่ไม่มีใครดำเนินการ  และก็ไม่มีใครเป็นเจ้าภาพในการก่อสร้าง ไม่มีใครเป็นเจ้าของ  ประชุมกันเฉยๆ ว่าจะสร้าง ๆ และต่อมาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม  พุทธศักราช 2547  ได้มีการจัดทำบุญวิสาขะบูชา ณ ท้องสนามหลวง รัฐบาลห้ามไม่ให้พระพูดเกียวกับธรรมะกับการเมืองโดยสั่งให้ระงับทุกสถานี  พระมหาบุญร่วม  ปุญญฺมโน  จึงระดมทุนจากพุทธศาสนิกชนที่ฟังรายการธรรมะจากสถานีต่างๆ เช่น พล.ม.2  พล.1 สถานี รด. สวนมิสกวันและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติประเทศไทย  เป็นต้น ให้โทรศัพท์เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “ในเมื่อรัฐบาลไม่ให้พูดก็เท่ากับว่าปิดปากพระปิดหูโยม  เราจึงทำสถานีให้พระพุทธศาสนาเอง เห็นด้วยหรือไม่”  โดยมีการจัดรายการต่อเนืองกันทั้ง 3 วัน คือ วันที่ 27-29 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2547 ในครั้งนั้น   หนึ่งในร้อยสายที่โทรเข้ามาร่วมรายการ มีคุณยุพดี  อัจฉรากร เห็นด้วยและคณะก็ได้เปิดรับการบริจาคเพียง 4 วัน ในการร่วมบริจาค มียอดเงินเข้า 350,000 บาท คณะจัดรายการวันนั้นปรึกษากันมีมติให้นำเงินไปฝากไว้ที่บัญชีของศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย  เมื่อพร้อมจึงคอยเบิกมาสร้าง  ปัจจุบันเงินส่วนนั้นก็ยังอยู่ที่บัญชีของศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ทางคณะได้รับมาเฉพาะเงินบริจาคของ คุณ ยุพดี อัจฉรากร จำนาน 1 ล้านบาท ตามความประสงค์ของเจ้าภาพ เท่านั้นส่วนจำนานเงินเกินในการสร้าง 6 แสนกว่าบาทนั้น พระมหาบุญร่วม ปุญญฺมโน ประธานกองทุนสถานีวิทยุฯ ได้รับบริจาคจากญาติโยมของท่านเพื่อปิดหนี้ที่สร้างเกิน ปัจจุบันนี้สถานีวิทยุฯ มีทรัพย์สินมากกว่า 3 ล้านบาทแล้ว ได้ทำการส่งกระจายเสียงออกอากาศพร้อมเครือข่ายอีก 160 กว่าสถานีทั่วประเทศและทางอินเตอร์เน็ต www.fm10425buddhamonthon.com  เพื่อเผยแผ่ไปทั่วโลก ณ บัดนี้ คณะกรรมการบริหารมอบงานให้คณะสงฆ์และทีมงานดำเนินงานการก่อตั้งโดยมี พระมหาบุญร่วม ปุญญฺมโน ดร.สมชายสุรชาตรี ผ.อ.กองพุทธสารนิเทศ และนายอเนก สนามชัย ผ.อ.ศูนย์เทคโนโลยีฯ พศ. พร้อมคณะสงฆ์ที่มีความรู้ทางอิเลคทรอนิกส์, จบคณะนิเทศสาสตร์ และอบรมจากสถาบันการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานพระพุทธมณฑล อนุญาตให้ใช้สถานที่ตั้งสถานีงานก็พัฒนาก้าวหน้ามากขึ้นตามที่พุทธบริษัทคาดหวังไว้  ได้ฟังสถานีวิทยุปัจจุบันนี้การพัฒนาสถานีได้ใช้ชื่อ กองทุนสถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

                    เจ้าภาพอุปถัมภ์โดยมีคุณโยมยุพดีศิรินันท์ อัจฉรากร ได้บริจาคเป็นจำนายเงิน 1,000,000 บาท เป็นกองทุนเริ่มแรก และคุณพ่อรัน  ดาทอง ,พระมหาบุญร่วม ดาทอง ได้ร่วมบริจาคเป็นจำนวนเงิน 250,000 บาท คุณป้าวลัย  สรสรรค์ ได้ร่วมบริจาคเป็นจำนวน 100,00 บาท และคุณวิไรจน์  พิทักษ์ธีระธรรม ได้ร่วมบริจาคเป็นจำนวน 150,00 บาท และพุทธบริษัทที่ร่วมเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์   จึงได้เกิดเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติขึ้นได้รับการจัดตั้งเป็นผลสำเร็จและได้ดำเนินการออกอากาศมาตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม พุทธศักราช 2547 โดยมีคณะทำงานในการจักตั้งตามคำสั่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่285/2547 ลงวันที่ 23 เดือนกันยายน พุทธศักราช 2547 ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้ มูลนิธิเผยแผ่พระพุทธศาสนาทางมวลชนและมูลนิธิสื่อโลกพุทธธรรมพระโสณะ-อุตตระ ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นเจ้าของร่วมมันเพื่อการบริหารงานเผยแผ่แบบมีส่วนร่วมทั้งฝ่ายพระภิกษุสงฆ์และฝ่ายฆราวาส  และเพื่อให้การบริหารจัดการก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ในยุคข้อมูลข่าวสารไร่พรมแดน

                    สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นสำนักงานที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูประบบราชการ กระทรง ทบวงกรม ตามสถานการณ์พร้อมด้วยคณะพุทธบริษัทและรัฐบาล มีความประสงค์ให้เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 20 กันยายน 2545 มีความสำคัญยิ่งของพระพุทธศาสนา ปัจจุบันนี้มีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนามากมาย แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับของสาธารณะชนทั่วไป ดังนั้นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  จึงนำหลักทางสัจธรรมทางพระพุทธศาสนา รวมทั่งข้อมูลข่าวสารทางพระพุทธศาสนา เช่นการปฏิบัติธรรม การเทศน์ การประชุมสัมมนาของสำนักพุทธฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการเผยแผ่หลังธรรมในพระพุทธศาสนา การเทศน์ที่วัดมีประชาชนฟัง 1-500 คน สถานีวิทยุมีผู้ฟังประมาณ 1-10,000 คน และสถานีวิทยุโทรทัศน์ซึ่งมีผู้ดูถึง 1,000,000 คน จึงได้จัดสร้างสถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติขึ้น  ทั้งนี้เพื่อสอดคล้องตามหลักรัฐธรรมนูญมาตรา 40 พุทธศักราช 2540 บัญญัติให้คลื่นวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์เป็นสมบัติของสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของส่วนร่วม ส่วนใหญ่แล้ววิทยุที่มีอยู่ได้ถูกขายสิทธิ์ไปให้นายทุน  จนแทบไม่มีสาระธรรมเหลืออยู่ นอกจากนี้ยังยึดครองโดยกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง  หรือของธุรกิจอาจผิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ  สื่อวิทยุเป็นสื่อที่มีความเหมาะสมกับชุมชน  เพราะชุมชนสามารถรับฟังข่าวสารได้ทุกแห่ง แม้แต่ขณะทำงานตามหัวไร่ ปลายนา ราค่าเครื่องวิทยุไม่แพง รวดเร็วทันเหตุการณ์ และลงทุนในการกระจายเสียงน้อยเมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆ ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะให้การศึกษาศีลธรรมและคุณธรรม ให้เกิดขึ้นกับพุทธบริษัท เพื่อนำมาซึ่งความเข้าใจอย่างถูกต้องในหลักธรรม   เพื่อนำเยาวชนออกห่างจากยาเสพติดประเภทต่างๆ ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมูลนิธิเผยแผ่พระพุทธศาสนาทางสื่อมวลชน ยังเป็นสื่อให้กับหน่วยงานของรัฐและเอกชนตลอดถึงคณะกรรมการมหาเถรสมาคมในการเผยแผ่ข่าวสาร  ที่เป็นประโยชน์ให้กับชุมชนและประเทศชาติอีกด้วย ปัจจุบันที่รับเป็นเครือข่ายสถานีวิทยุทั้งหมด 160 กว่าสถานี ออกอากาศรับสัญญาณทางอินเตอร์เน็ตได้ 93 สถานี

 
          

2.วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อเป็นสื่อให้สถาบันพระสงฆ์และอุบายสกอุบาสิกาผู้ทรงคุณวุฒิ ทางพระพุทธศาสนาทั่วประเทศ  เป็นเวทีในการประชาสัมพันธ์ เผยแผ่พระพุทธศาสนาและกิจกรรมต่างๆ เช่น การฝึกอบรมเข้าค่าย การปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาศีลธรรมและคุณธรรมแก่นักเรียน และเยาวชนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาต่อชุมชนของชาติ

          2.2 เพื่อเผยแผ่กิจกรรมของมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแก่สาธารณชน

          2.3 เพื่อปลุกจิตสำนึกให้ท้องถิ่นมีการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น

          2.4 เพื่อเป็นสถานีแม่ขาย  ถ่ายทอดสัญญาณ การบรรยาย อภิปรายธรรมะ สู่สถานีวิทยุที่เป็นเครือข่ายของสถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติทั่วประเทศและทั่วโลก

          2.5­ เพื่อร่วมมือเผยแผ่ข่าวสารเกี่ยวกับกรณียกิจสถาบัน    พระมหากษัตริย์

          2.6 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พุทธธรรมสู่สื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์และทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ประชาชน รักเคารพ ห่วงแหนและช่วยกันปกปักษ์รักษาในสถาบัน ชาติ พระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้สถิตสถาพรสืบไป

          2.7 เพื่อร่วมเผยแผ่ข่าวสารและกิจการรัฐบาลถึงส่วนราชการและองค์กรท้องถิ่นสาธรณชน

 
          

3.บทบาทและภาระหน้าที่สถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

          3.1 เผยแผ่และส่งเสริมกิจกรรมพระพุทธศาสนาและความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมในพระไตรปิฎก และธรรมบรรยายจากพระมหาเถรานุเถระ และอุบาสกอุบาสิกาทางสื่อมวลชน

          3.2 เป็นแม่ข่ายประชาสัมพันธ์การเผยแผ่เพื่อส่งเสริมความเห็นถูกต้องตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

          3.3 ดำเนินการเผยแผ่ทั้งภายในและภายนอกประเทศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์และทางอินเตอร์เน็ต

          3.4 สนับสนุนให้ความช่วยเหลือทางวิชาการเกี่ยวกับการเรียนการสอนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทางสื่อมวลชน

          3.5 ศึกษา สำรวจ วิจัย และตรวจสอบประชามติ เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงนโยบายและแผ่นงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทางสื่อมวลชน

          3.6 พัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

          3.7 ผลิตรายการ  เผยแผ่สื่อธรรมะ และบริการเอกสารหลักธรรม

          3.8 ปฏิบัติการอื่นใดก็ตามที่ ระเบียบกำหนด ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของมหาเถรสมาคมและคณะสงฆ์คณะกรรมการบริหาร สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์มอบหมาย

 
          

4.วิสัยทัศน์และพันธกิจ

                    วิสัยทัศน์ สถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะเป็นองค์กรหลักด้านการประชาสัมพันธ์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาและเป็นศูนย์กลางข่าวสารทางสื่อมวลชนของพุทธบริษัท  เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้  เกิดความรู้  ความเข้าใจ สามารถใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาศีลธรรมคุณธรรม  มีส่วนร่วมในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อสร้างความเข้มแข็งของพุทธบริษัท

          พันธกิจหรือภารกิจหลักของสถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีดังนี้

  1. พันธกิจหลักภารกิจหลักคือ ตามพระพุทธดำรัสที่ตรัสเมื่อครั้งทรงส่งพระอรหันต์ 60 รูปไปเผยแพร่พระศาสนาครั้งแรก
  2. เป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทางสื่อมวลชน เพื่อให้การดำเนินงานการเผยแผ่เป็นไปอย่างมีระบบโดยการเสนอแนะนโยบาย ด้านการเผยแผ่ทางสื่อมวลชน
  3. ดำเนินการเผยแผ่เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ข้อมูลข่าวสารของคณะสงฆ์ในการพัฒนาศีลธรรมมีส่วนร่วมในการพัฒนาสื่อมวลชนทางพระพุทธศาสนารวมทั้งเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อพระพุทธศาสนา
  4. ประเด็นยุทธศาสตร์

                    1.การประชาสัมพันธ์และการเผยแผ่เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน และประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ชาติตามนโยบายสำคัญทางมหาเถรสมาคมและพุทธบริษัท

                    2.การเพิ่มโอกาสของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร  หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาให้มากขึ้น

                    3.การเพิ่มประสิทธิ์ภาพการบริหารจัดการ องค์กรสู่ความเป็นสถาบันมืออาชีพ  ด้านสื่อมวลชน  และการเผยแผ่หลักธรรมในพระไตรปิฎกและธรรมะจากพระอาจารย์ต่าง ๆ

 

==================================